ภาคเอกชน 3 สถาบันมั่นใจศักยภาพรัฐบาล หนุนสานต่อนโยบายเร่งด่วน-ระยะยาว ฟื้นเศรษฐกิจทุกมิติ

🎯 ภาคเอกชน 3 สถาบันมั่นใจศักยภาพรัฐบาล หนุนสานต่อนโยบายเร่งด่วน-ระยะยาว ฟื้นเศรษฐกิจทุกมิติ

✳️ (28 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หารือแนวทางการส่งเสริมและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายสุธีร์ สธนสถาพร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน

✳️ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้พบปะหารือกับคณะกรรมการร่วมเอกชน ซึ่งจากการรับฟังครั้งก่อนได้รับประโยชน์และนำไปปรับปรุงในการบริหารงานของรัฐบาลได้อย่างมาก ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหาศักยภาพการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกิดหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น จึงต้องการให้ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันในทุกมิติ ทั้งนี้การปรับโครงสร้างหนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินนโยบายหารายได้ใหม่ ๆ เข้าประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ที่ผ่านมาไม่กี่เดือนรัฐบาลได้เร่งทำเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์” โดยได้ร่วมมือกับเอกชนจำนวนมาก ถือเป็นภาคสำคัญในการทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งรัฐบาลและภาคเอกชนจะทำงานร่วมกันเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อนำไปปรับให้เข้ากับนโยบายของรัฐบาลต่อไป

✳️ กกร. มั่นใจศักยภาพรัฐบาลทำ GDP โต 3-5%
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธาน กกร. กล่าวเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอรายงานผลจากการระดมความเห็นจากตัวแทนภาคธุรกิจในสาขาต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลนำไปประกอบเป็นแนวทางกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ให้สอดรับกับสถานการณ์ของโลกและภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมายไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดังนั้น เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจทันที 4 ประเด็น ดังนี้
1) การแก้ไขปัญหาหนี้โดยเฉพาะหนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ (กระบะ) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทำมาหากินของประชาชน ส่วนนี้จำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือเป็นการเฉพาะ เช่น ยืดระยะเวลาชำระหนี้ 3–6 เดือน
2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จากการแจกเงิน 1 หมื่นบาทของรัฐบาลไปยังกลุ่มเปราะบางโดยเสนอให้เสริมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะโครงการคูณสอง โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณกึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2568 เช่น มาตรการ Easy e-Receipt และมาตรการทางภาษีอื่น ๆ
3) สานต่อโครงการยกระดับ 10 เมืองนำร่องสู่เมืองหลักที่ยั่งยืน
4) ขอให้รัฐบาลสนับสนุน Soft Power ผ่านการจัดกิจกรรม เทศกาลอวดเมืองในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงช่วยเพิ่มการประชาสัมพันธ์ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดงานซีเกมส์ในปี 2568 และ เจ้าภาพการจัดงานพืชสวนโลกปี 2569 จ.อุดรธานี และในปี 2572 จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ ภาคเอกชนโดย กกร. ได้ระดมความเห็นจากภาคธุรกิจในสาขาต่าง ๆ และจัดทำเป็นสมุดปกขาวข้อเสนอทางเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลในการพิจารณาดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยมีเป้าหมายไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 4 ด้าน ประกอบด้วย
1) การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
2) การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
3) การบริหารจัดการน้ำ
4) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
กกร. เชื่อมั่นว่าภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด จะมีส่วนช่วยผลักดันข้อเสนอดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้เต็มศักยภาพ โดยมีเป้าหมายให้ GDP ของไทยกลับมาเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3 – 5% ในปี 2568 และเสนอให้รัฐบาลกำหนดการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) อย่างสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้เต็มศักยภาพ

✳️ นายกฯ พร้อมนำข้อเสนอไปพิจารณาเร่งให้เกิดเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณภาคเอกชนสำหรับข้อเสนอและแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยจะนำข้อเสนอไปพิจารณาและจะติดตามการดำเนินการตามนโยบายต่าง ๆ ในรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นของอดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ทำไว้ดีอยู่แล้วให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ให้สะดุด ในส่วนของกฎหมายที่อาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงและกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ขอให้ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลซึ่งพร้อมนำไปพิจารณาดำเนินการ และตอบรับข้อเสนอของภาคเอกชนในการพบปะหารือร่วมกันอย่างน้อย 6 เดือน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar